ตะลุยข่าว » เจ้าหน้าสอบเข้มผู้ต้องสงสัยบุกฟันหัว 2 ผัวเมียและหลาน 6 ขวบ อาการสาหัส

เจ้าหน้าสอบเข้มผู้ต้องสงสัยบุกฟันหัว 2 ผัวเมียและหลาน 6 ขวบ อาการสาหัส

20 มิถุนายน 2020
74   0

อุทัยธานี ตำรวจคุมตัวผู้ต้องสงสัยสอบเข้ม หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ คนร้ายบุกใช้มีดฟัน 2 ผัวเมียและหลานวัย 6 ขวบ บาดเจ็บสาหัส ยังให้การปฏิเสธ


ความคืบหน้า จากกรณีคนร้ายบุกใช้มีดฟันสองสามีภรรยา   นายบุญช่วย สวัสดี อายุ 55 ปี เจ้าของเครื่องเสียงหมู่บ้านชื่อทศพลซาวด์ น.ส.นพวรรณ เนตรสุพรรณ์ อายุ51 ปี และหลานชาย ด.ช.ปิยังกูล สวัสดี อายุ 6 ขวบ เมื่อเวลา 17.30 น.ของวันที่ 17 มิถุนายน 2563โดยคนร้ายใช้มีดฟันบริเวณที่ศีรษะถึงกะโหลก และใบหน้าทั้ง 3 คนอาการเป็นตายเท่ากัน ซึ่งยังอยูในห้องไอซียู โรงพยาบาลอุทัยธานี โดยกู้ภัยร่วมใจอุทัยธานีนำผู้บาดเจ็บทั้ง 3 ราย ส่งโรงพยาบาลหนองฉาง มีแค่ตัวผู้ต้องสงสัยอายุ 30 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคทางจิต

เมื่อ(วันที่ 18 มิถุนายน 2563 )ร.ต.อ.วีระ พะวา ร้อยเวร สภ.เขาบางแกรก พร้อมด้วย พ.ต.ท.ถาวร อารีรื่น รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ ทรายสมุทร รองผกก.(สืบสวน)พ.ต.ท.นพรัตน์ ปัวน้อย สวป.ร.ต.อ.จรุญ ตรงกลาง รอง สืบสวน สภ.เขาบางแกรก พร้อม พ.ต.ท.สุเทพ ทองเกล็ด เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภจ.ว.อุทัยธานี ได้เดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 3 หมู่ 9 บ้านเนินพยอม ต.ทุ่งโพ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี

 

 

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น ที่ชั้นล่างภายบ้านหลังดังกล่าว พบคนร้ายใช้มีดเข้าไปฟัน ผู้บาดเจ็บทั้ง 3 ราย นอนจมกองเลือดอยู่เต็มพื้น และคาบเลือดเป็นก้อนบริเวณโต๊ะนั่งไม้ ที่หน้าทีวี มี ยังส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วห้อง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับได้พบมีดปลายแหลม และมีดเหรียญ ที่วางกระจัดกระจายทั่วบ้านจำนวน 4 เล่ม พร้อมไฟฉาย จึงได้นำไปตรวจสอบจากการสอบถามนายนิวัฒน์ อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 134 /1 หมู่ 9 บ้านเนินพะยอม ว่าตนเองได้กลับมาจากที่ทำงานในตลาดทุ่งนา เพื่อกลับบ้าน โดยขับขี่ จยย.เข้ามาในซอยผ่านหน้าบ้านหลังที่เกิดเหตุได้ไปประมาณ 70 เมตร เห็นนาง น.ส.นพวรรณ เนตรสุพรรณ์ ผู้บาดเจ็บนอนร้องครวญครางให้ช่วยเหลือขณะที่เลือดนั้นท่วมทั้งตัว อยู่ริมถนนด้วยความตกใจตนเองก็รีบขี่ จยย.ไปบอกเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจตู้บ้านน้ำพุ ช่วยแจ้งกู้ภัยเข้ามาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจบ้านน้ำพุมาถึง ก็แจ้งกู้ภัยมาช่วย และได้เข้าไปดูภายในบ้านก็พบผู้บาดเจ็บนอนเลือดท่วมตัวอีกเช่นกันโดยมีนายบุญช่วย สวัสดี และ ด.ช.ปิยังกูล สวัสดี รีบนำส่งโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน

หลังจากนั้นก็ได้สอบถามไปยังนายทศพล สวัสดี อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นลูกชายผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน ให้การว่าพ่อกับแม่มีอาชีพ ทำไร่อ้อย และมีอาชีพเสริมคือช่างเครื่องไฟ คณะทศพลซาวด์ตามหมู่บ้าน โดยพ่อกับแม่นั้นได้อยู่ด้วยกัน 2 คน และได้นำหลายชายมาอยู่ด้วยโดยไม่เคยมีปัญหากับเพื่อนบ้าน หรือมีปากเสียงกับใคร ซึ่งกลุ่มบ้านของตนเองจะมีแค่ 3 หลัง เท่านั้น หลังแรกก็เป็นบ้านของผู้บาดเจ็บ ส่วนบ้านหลังที่ 2 ก็ไม่มีคนอยู่เพราะไปทำงานต่างถิ่น ส่วนบ้านหลังที่ 3 หลังสุดท้ายก็จะเป็นบ้านของนายชินดนัย มะริสา อายุ 30 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคทางจิต จะรับยาจากโรงพยาบาลจิตเวชมากินตลอด และเป็นญาติๆ กัน โดยจะเข้าออกที่บ้านของผู้บาดเจ็บอยู่เป็นประจำ กระทั้งผู้บาดเจ็บที่เป็นพ่อก็เคยไปรับยาที่โรงพยาบาลจิตเวชมาให้นายชินดนัย มะริสา ที่ป่วยเป็นโรคทางจิต โดยก่อนหน้านี้นายชินดนัย ที่ป่วยเป็นโรคทางจิตได้เคยมีปากเสียงกับพ่อของตนเองและก็เคยใช้มีดเหรียญจะก่อเหตุฟันพ่อมาแล้วก่อนหน้านี้แต่ตนเองห้ามไว้ได้ จนกระทั่งมาถึงวันนี้พ่อแม่และหลานของตนเองถูกฟันที่ศรีษะอย่างโหดร้ายมาก ตนเองคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของนายชินดนัยที่ป่วยเป็นโรคทางจิต หลังจากที่เคยมีปากเสียงกันก่อนหน้านี้ นายชินดนัยก็ไม่ได้รักษาและก็ไม่ได้กินยาจิตเวชมานานแล้ว และคาดว่าผู้ป่วยจะมีการเสพยาด้วยดังกล่าว ซึ่งตนเองคาดว่านายชินดนัย จะก่อเหตุดังกล่าว

ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เชิญตัวนายชินดนัย มะริสา ผู้ป่วยโรคทางจิตมาสอบปากคำ ที่สภ.เขาบางแกรก แต่ยังให้การปฏิเสธ อยู่ โดยพูดจาวกไปวนมา หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบภายในบ้านของนายชินดนัย พบว่ามีร่องรอยคาบเลือด ที่จางแล้วหยดอยู่บนพื้นกระเบื้อง หลายจุด และที่ฝาผนัง พบรอยมือที่เปื้อนเลือดไปแตะอยู่ที่ผนังดานนอกบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเก็บหลักฐานไว้ พร้อมกับนำเสื้อผ้าของนายชินดนัย ไปตรวจหาดีเอ็นเออีกครั้ง เพื่อหาข้อเท็จจริง และหาคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าวมาดำเนินคดีต่อไป

น.ส.ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน